วันนี้อ่านเจอกระทู้ คนไทยถามนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีว่า
 
ทำไมคุณถึงไม่นับถือศาสนา พี่เกาตอบว่า..
 
“Because I trust myself” ...จ่ะ สตรวอง
 
ถ้าตอนเราเกิดมา เขาเว้นช่องไว้ให้ใส่ศาสนาที่คุณนับถือตอนอายุ 18
 
เราก็ยังไม่แน่ใจ ว่าจะเลือกศาสนาอะไร Can I trust myself? มั้ย?
 
จบเรื่องศาสนาแต่เพียงเท่านี้
 
แต่ บางทีเราจะรู้ตัวได้ยังไง ว่าเราแค่เชื่อ หรืองมงายไปเต็มๆ
 
มาฟังเรื่องนี้กัน
 
--------------------------------------------------------------
 
“ไม่มีใครรู้ว่าร้านกาแฟร้านนั้นอยู่ที่นั่นมาตั้งแต่เมื่อไร
 
มีชื่อว่า คาเฟ่รสริน
 
วันหนึ่งป้ายชื่อร้านก็ถูกลมพายุพัดร่วงลงมา
 
ขวางทางเดินอยู่หลายวัน จนมีใครสักคนลากไปพิงไว้ที่เสาไฟ
 
จากนั้นก็มีชายชรามาลากถูลู่ถูกังเอาป้ายนั้นไป และจบลงที่ทิ้งขยะ
 
จนมีวินมอไซต์มาเก็บไป และตัดทำม้านั่ง ตรงไม้พนักพิงยังติดคำว่า รสริน
 
ทำให้วินพวกเขา ถูกเรียกว่าวินรสริน
 
 
และพาลทำให้ซอยไม่มีชื่อข้างๆ ถูกเรียกว่าซอยรสรินไปด้วย
 
เวลาผ่านไปทางการก็เอาป้ายดีดีกรอบสวยงามมาติดให้
 
หรูหราเสียจนมีคนพูดเรื่อยเปื่อยว่า รสริน คือชื่อของราชนิกุล ผู้เป็นเจ้าของที่ดินในซอย
 
แต่ไมทันไร ความเชื่อนั่นก็มีอันต้องรางเลือน
 
เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับผู้หญิงท้องแก่ผูกคอตายประชดสามี
 
 
ใต้ต้นอะไรสักต้น กลางซอยอะไรสักซอย
 
แล้วก็เกิดการพูดต่อกันขึ้นมาเฉยๆว่า ทางการตั้งชื่อซอยขึ้นมา เพื่อเป็นอนุสรณ์ความรักของรสริน
 
ความเชื่อนี้ก็น่าจะเลือนรางไปเหมือนกัน ถ้าป้าลิ้นจี่หญิงกลางคนไม่ไปหาคนทรงเรื่องขายที่ไม่ได้
 
ถ้าคนทรงไม่บอกป้าลิ้นจี่ให้หาของไปไหว้เจ้าที่ใต้ต้นมะขาม
 
เป็นเหตุให้หญิงสาวเดินผ่านมาเห็นเครื่องเซ่นไหว้
 
 
มั่นใจว่าต้องเป็นต้นมะขามนี้แน่นอนที่เป็นตำนานรักเชือกในล่อนของรสริน
 
 
รุ่งขึ้นหล่อนจึงไปหาเครื่องเซ่นไหว้และดอกไม้มาไหว้ตาม
 
อ้อนวอนขอให้สมหวังในรัก ...เห็นอยู่ ว่าเจ้าของตำนานยังเอาตัวไม่รอดและผูกคอตายไปล่วงหน้า "
 
5555555 อ่านถึงตรงนี้ลั่นมาากกกกกก ไม่เคยมองมุมนี้มาก่อนเลย
 
หลังจากนั้นป้าลิ้นจี่ก็ร่ำรวยจากการตั้งกล่องบริจาคหน้าศาลเจ้าแม่รสรินในที่ดินของตัวเอง
 
credit หนังสือรางวัล ซีไรต์ 2558 ไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต พิมพ์ครั้งที่ 5 
 
 

 

Comment

Comment:

Tweet